สรุปบทเรียน

การวิเคราะห์อนุกรมเวลาใน SQL Server

Maham Faisal Khan

Senior Data Science Content Developer

การทำงานกับวันที่

  • ใช้ DATEADD() และ DATEDIFF() ร่วมกันเพื่อปัดวันและเวลา
  • จัดรูปแบบด้วย CAST() และ CONVERT() เมื่อต้องการประสิทธิภาพสูง ส่วน FORMAT() ใช้งานง่ายแต่ช้ากว่า
  • ตาราง Calendar เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า
การวิเคราะห์อนุกรมเวลาใน SQL Server

การสร้างวันที่

  • CAST(), CONVERT() และ PARSE() แปลงสตริงให้เป็นวันที่ได้
  • ใช้ TRY_CAST(), TRY_CONVERT() และ TRY_PARSE() สำหรับการแปลงวันที่แบบปลอดภัย
  • SWITCHOFFSET() และ TODATETIMEOFFSET() เป็นฟังก์ชันที่มีประโยชน์สำหรับการทำงานกับ offset
การวิเคราะห์อนุกรมเวลาใน SQL Server

การรวมข้อมูลตามช่วงเวลา

  • ฟังก์ชัน aggregate ได้แก่ COUNT(), MIN(), MAX() และ SUM()
  • ฟังก์ชัน aggregate เชิงสถิติได้แก่ AVG(), STDEV(), VAR(), STDEVP() และ VARP()
  • ROLLUP, CUBE และ GROUPING SETS ช่วยให้ปรับแต่งการรวมข้อมูลได้ละเอียดขึ้น
การวิเคราะห์อนุกรมเวลาใน SQL Server

ปัญหา Time Series ที่พบบ่อย (และไม่บ่อย)

  • Window ทำงานร่วมกับฟังก์ชัน ranking (ROW_NUMBER(), RANK(), DENSE_RANK() และ NTILE()) รวมถึงฟังก์ชัน aggregate (รวมถึงฟังก์ชันเชิงสถิติ)
  • Running total คือการใช้ SUM() บน window
  • Moving average คือการใช้ AVG() บน window
  • LAG() และ LEAD() ช่วยให้มองย้อนหลังและมองไปข้างหน้าตามเวลาได้
  • ใช้ Pivot และการแปลงข้อมูลวันที่เพื่อคำนวณ concurrency
การวิเคราะห์อนุกรมเวลาใน SQL Server

Grazie!

การวิเคราะห์อนุกรมเวลาใน SQL Server

Preparing Video For Download...